| chomphrai's profileWatercolor AppreciationPhotosBlogLists | Help |
|
June 03 11 บันทึกของนักเรียนสีน้ำเบสิครุ่น 3
บันทึกของนักเรียนสีน้ำเบสิครุ่น 3
ไปวาดรูปนอกสถานที่ ณ บ้านสีเขียวที่อยู่ใกล้ ๆ กับบ้านสีขาว เขาใหญ่ ด้วยความช่วยเหลือของราศรีและน้องบอล ลูกชายผู้ไม่ยอมห่างแม่เลย ในฐานะบอดี้การ์ด อีกทั้งยังเป็นผู้มีสายตาอันเฉียบคมในการมองหาโลเคชั่นสวยเหมาะตา ที่พักสบายเหมาะใจ ให้กับพวกเรา ลูกศิษย์เบสิค 3 รวมทั้งลูกศิษย์อาจารย์เต๋าจากเพาะช่าง ทำให้เช้าวันที่ 31 พฤษภา 7 โมงเช้าโดยประมาณ พวกเรา 18 คนออกเดินทางโดยรถ 5 คัน จากกรุงเทพฯ มุ่งสู่เส้นทางถนนมิตรภาพ ผ่านถนนธนะรัฐ ไปทางเขาแผงม้า เพื่อไปยังบ้านสีขาวที่พวกเราคิดกันเอาเองว่าจะไปพัก และวาดรูปกันที่นั่น
หนูชมไพร เป็นเนวิเกเตอร์ พาพวกเรามายืดแข้งยืดขา ดื่มกาแฟรสชาติดี บรรยากาศน่ารัก สุดห้ามใจให้ต้องควักกล้องออกมาจากกระเป๋า ใครที่ชื่นชอบดอกไม้ ไม่แวะที่ร้านนี้แล้วจะเสียยยยใจ ร้านเขาชื่อ "Coffee Mania" (ไม่ได้ค่าโฆษณานะ) แต่ของเขาดีก็ต้องบอกกันไปปากต่อปากละว่า "ชอบมากค่ะ" คนเขียนไม่ได้ดื่มกับเขาหรอกนะ แค่เดินหาทำเลถ่ายรูปดอกไม้ และรูปคนก็อิ่มใจแล้ว ขอแถมอีกหน่อยว่าใครที่ชื่นชอบดอกผักตบชวาสีม่วงหวาน ๆ ต้องมาดูที่นี่
เรียกแรงจากกาแฟกันแล้ว คณะของเราจึงเคลื่อนล้อต่อไป บางคันก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวร้าน “คุณเล็กชวนชิม" กันก่อนเข้าบ้าน คันที่เราไปแวะซื้อข้าวหมูแดงนครปฐมจากตลาดอ.ต.ก. มาเป็นมื้อกลางวันแล้วจึงมุ่งไปบ้านสีขาวกันเลย ส่วนคันของอาจารย์มีทั้งดาว ทั้งคนทำอาหารเก่งอย่างแดง (ทิพย์รัตน์) มาด้วยพร้อมกับแกงหมูชะมวงถึงสองกล่อง เอื้อเฟื้อเจือจานเป็นเมนูพิเศษเซอร์ไพรส์ให้พวกเราทั้งหมด แกงที่ว่านี่หาทานได้เฉพาะในเขตภาคตะวันออกของไทยเราอย่างตราด จันทบุรี ระยอง เท่านั้น เล็กเพื่อนผู้ใจดีของเราอุตส่าห์แวะซื้อข้าวสวยร้อน ๆ มาทานกับหมูชะมวงด้วย อร่อยกันหญ่ายแทบห้ามล้อหยุดกันไม่ได้เลยเชียวแหละ บางคนตั้งแต่เกิดมาเป็นตัว (สำนวนคุณชายคึกฤทธิ์ใน "สี่แผ่นดิน") เพิ่งจะรู้จักแกงหมูชะมวงก็คราวนี้เอง
แต่ก่อนจะหาบ้านกันถูกนี่สิ ขับรถวนหากันจนเวียนหัว เจอบ้านสีขาวก็จริง แต่มันไม่ใช่หลังที่น้องบอลส่งเมลมาให้พวกเราดูนำร่องก่อน เราดูไปเรายังนั่งคิดสงสัยเลย ว่า "นี่น่ะเหรอ...บ้านสีขาว มันสีเขียวชัด ๆ เลยนี่หว่า แต่มีที่สังเกตง่าย ๆ คือบ้านที่เราจะไปนี่เขามีต้นตีนตุ๊กแกขึ้นปกคลุมบ้านสีเขียวที่ว่าไปเกือบมิดหลัง วิธีหาบ้านสีเขียวก็คือ ขับเข้าไปในบ้านสีขาวก่อน แล้วใช้ปากให้เป็นประโยชน์ คนที่บ้านนั้นจะบอกทางให้เราไปบ้านสีเขียวที่ว่าได้ถูก บ้านหลังที่ราศรีติดต่อให้นี้เป็นบ้านแนวคันทรี สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง สถาปนิกที่ไปในกลุ่มของเราสองคน คือหนู กับสุมาลียังชอบใจเล๊ย...แข่งกันถ่ายรูปบ้านมุมโน้นมุมนี้กันอย่างไม่ยอมเหนื่อย คนหนึ่งชอบบรรยากาศห้องน้ำ ที่จัดหินเหลื่อมกันเป็นชั้น ๆ วางกระถางอัฟริกันไวโอเลตกำลังบานเผยโฉมสวยอยู่ทีเดียว อีกคนหนึ่งหลงใหลห้องครัวที่โปร่งใสสะอาดตา
อิ่มกันแล้ว เรามารวมกลุ่มดูอาจารย์เต๋าสาธิตวาดรูปทิวทัศน์ตรงหน้า เริ่มจากท้องฟ้าด้วยเทคนิคเปียกบนเปียก และปุยเมฆก่อนที่จะลงสีภูเขา และต้นยูคาลิปตัส ไล่มาจนถึงไร่ข้าวโพด และ เก็บรายละเอียด ทำกุ๊กกิ๊กจนพอใจ แล้วจึงเซ็นชื่อ แบบที่ไม่มีใครอ่านออกน่ะ ตบท้ายด้วยเลขค.ศ. 2008 ลูกศิษย์ทั้งหลายจึงแยกย้ายกันไปหาทำเลเหมาะ ๆ เล็งสิ่งที่ตัวเองอยากจะวาด สำเร็จออกมาหลายรูป อาจารย์เต๋าคอยแก้ไขรูปให้จนบางรูปพอแก้เสร็จ เจ้าของรูปจำไม่ได้ว่าเป็นรูปของตัว ถึงกับกระดากไม่กล้าเซ็นชื่อก็มี
ทั้งสองภาพโดยอาจารย์นพดล เนตรดี 31 พค และ 1 มิย 2008
จบวันที่หนึ่งด้วยอาหารเย็นตั้ง 5 ชนิด ไก่บ้านทอดเกลือ ต้มยำปลาช่อน ลาบหมู ยำตะไคร้กุ้งสด คะน้าหมูกรอบ และผลไม้รวม อุแม่เจ้า กลัวพวกเราไม่มีเรี่ยวแรงวาดรูปกันหรือยังไงจ๊ะ เล็ก? จากนั้นคนบันทึกก็ลุกไปอาบน้ำ สวดมนต์เข้านอน โดยมิได้นำพาว่าคนอื่น ๆ จะยังคุยเรื่องอะไรกันต่อไป หนุกหนานกันแค่ไหน ด้วยรู้ตัวดีว่าสุขภาพไม่อำนวยให้อยู่ดึก ๆ ดื่น ๆได้ อีกอย่าง ขอออมแรงไว้ละเลงสีน้ำวันรุ่งขึ้นดีกว่า ไหน ๆ มาแล้ว ต้องได้งานเป็นชิ้นเป็นอันกลับไปอวดคนที่บ้านหน่อยซี่
วันรุ่งขึ้น ตื่นก่อนใคร ๆ เพราะมีกิจวัตรตอนเช้าหลายอย่าง เห็นบรรดาลูกศิษย์มุงจนแทบไม่เห็นตัวอาจารย์ตรงม้านั่งริมบึงฝั่งตรงข้ามบ้าน เลยเดินเข้าไปสมทบด้วย ทันดูเทคนิคการลงสีที่ใช้สเปรย์ฉีดน้ำให้เป็นฝอยบาง ๆ ก่อนลงสีต้นไม้ จะทำให้สีนุ่มนวลขึ้น ภาพอาจารย์เต๋าแต่ละภาพดูหวานจนน้ำลายหยดจริง ๆ แต่ส่วนที่ยากที่สุดคือตัวบ้าน และครัวที่เชื่อมต่อกันด้วยทางเดิน อาจารย์เริ่มลงสีตรงเถาไม้เลื้อยตรงชานหน้าเรือนก่อนไล่จากเหลือง ไปเข้ม ลงสีเรือนและครัวที่ปกคลุมไปด้วยต้นตีนตุ๊กแก เสร็จแล้วจึงลงสีต้นไม้ที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ นั้น แต่งภาพ ลงเนกาทีฟเพื่อช่วยขับภาพข้างหน้าให้เห็นเด่นชัดขึ้น ใส่กุ๊กกิ๊ก แต้มตรงนั้นตรงนี้ด้วยสีเงาบ้าง สีเข้มบ้าง เป็นอันเสร็จ
พอดีได้เวลาอาหารเช้า คือ ข้าวต้มไก่บ้าน อร่อยสมคำเล่าลือจริง ๆ จากนั้นก็ถึงคราวตัวใครตัวมัน เลือกทำเลให้เหมาะใจ นั่งวาดไปจนถึงเวลาอาหารกลางวัน แล้วเอาไปให้อาจารย์แต่งเติมให้อีกนิดก็ใช้ได้ แต่กว่านักเรียนดีเด่นจะยอมวางพู่กันไปก๋วยเตี๋ยวราดหน้า อาจารย์เต๋าต้องเรียกแล้วเรียกอีก “พี่ดวงใจ ทานข้าวก่อน” “ค่ะ ๆ ๆ ขอเติมตรงนี้นิดก่อน” แล้วไปทานก๋วยเตี๋ยวราดหน้าด้วยสปีดที่เร็วที่สุดในชีวิต แล้วกลับมาวาดภาพต่อ โห...รูปวันที่สองนี่ทำเอาเราเครียดไปเลย ขนาดชมไพรรุ่นพี่สูงละลิ่ว ยังทักว่า อาจารย์ให้โจทย์ยาก ปราบเซียนเลยนะนั่นน่ะ และพวกเราก็ยืนหยัด นั่งหยัด เขียนจนเสร็จ ขั้นสุดท้ายคือ เอาไปให้อาจารย์ตรวจแก้ไข เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ก็ได้รูปที่จะนำกลับไปใส่กรอบ อวดสายตาชาวโลกได้
รูปกรอบเขียวโดยราศรี วิภาดาพิสุทธิ์ รูปกรอบม่วงโดยทิพย์รัตน์ อรรถวิภัชน์
ปิดท้ายรายการด้วยการถ่ายรูปหมู่เพื่อให้ทริปวาดภาพนอกสถานที่ของพวกเราสมบูรณ์แบบ ดูรูป และสังเกตหน้าตาทุกคนซีคะ ว่ามีความสุขกันแค่ไหน
ขอขอบคุณอาจารย์ และเพื่อน ๆ ผู้จัดการ ผู้ประสานงาน และผู้ให้ทุกๆ คนที่ช่วยกันทำให้ทริปนี้สดชื่นราบรื่นสมดังเจตนารมย์ของทุกคนนะคะ หวังว่าจะมีทริปอย่างนี้เกิดขึ้นอีก พวกเราจะรอค่ะ
จิ๋ม (ดวงใจ มีกังวาล)
ผู้บันทึก 31พค-1มิย 2551 Comments (5)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://chomphrai3.spaces.live.com/blog/cns!AD3634281FA77B4A!733.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|