| chomphrai's profileWatercolor AppreciationPhotosBlogLists | Help |
|
September 21 10. ลงเรือวาดรูปกับศิลปินแห่งชาติเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ควรจะตอบรับคำชวนไปล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าคลองบางกอกน้อยออกคลองบางกรวย ข้อแรกสุด คนโทรมาชวนเป็นกัปตันสมเกียรติ โรมิโอหน้าหยกของรุ่น และข้อที่สองสมเกียรติบอกว่าไปลงเรือวาดรูปกับศิลปินแห่งชาติ ฉันพยักหน้าให้ตัวเองเพื่อย้ำว่า คิดถูกแล้ว และแอบหวังว่าสมเกียรติและศิลปินที่เชิญมาคงจะเห็นว่าเป็นการดีเหมือนกันที่มีหนึ่งสาวร่วมเดินทาง (น้ำ) ในครั้งนี้ด้วย ไม่ได้เตรียมตัวมาก สีน้ำและอุปกรณ์ชุดพกพา หมวกกันแดด และตะกร้าชากาแฟกับขนมไว้ทานในเรือ กะไปถึงที่นัดหมายก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะรู้ว่าในเขตโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามมีพระตำหนักแดงที่อยากดูมานานแล้ว คราวนี้ต้องดูให้ได้ เอาเรื่องอดีตของวัดเขมาไปเล่าไว้ท้ายเรื่องดีกว่า สมเกียรติผงกหัวรับ - - - - - กลับมาตอนเก้าโมงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน สมเกียรติ ยิ้มแป้นมาพร้อมกับ (ว่าที่) หมอแพน…. ลูกชายที่ได้ยินชื่อมานานว่าวาดรูปกับพ่อมาตั้งแต่เด็ก มาเจอกับไท เจ้าของออฟฟิสสถาปนิกแมสซีฟ หนึ่งในเพื่อนรุ่นที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพที่ร่ำเรียนมา ส่วนสมเกียรติเมื่อจบถาปัดแล้วเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตสู่เส้นทางนักบิน ร่าเริงแจ่มใสมีความสุข หัวเราะเสียงดังมาตั้งแต่ได้รับบทเด่นในละครตลกเรื่องโรมิโอและสามก๊ก เมื่อตอนเรียนอยู่ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ (และการละคร) หลังจากเรื่อง “โรมิโอแอนด์จูเลียต” แล้ว พวกเราจัดทำละครถาปัดอีกหลายครั้ง เรื่องหนึ่งคือ “สามก๊ก” ซึ่งสมเกียรติเล่นเป็นโจโฉ ไทเล่นเป็นกวนอู และตา(ปัญญา)เล่นเป็นจูล่ง ทหารเอกของเล่าปี่พอได้เจอกับ 4 ศิลปิน อาจารย์กมล ทัศนาชลี อาจารย์เดชา วราชุน อาจารย์สรรณรงค์ สิงหเสนีย์ กับอีกท่านเป็นอดีตผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรม หลังจากสมเกียรติแนะนำให้รู้จักกันแล้ว เรา 8 คนก็เดินเรียงแถวลงเรือที่จอดรออยู่ที่ท่าศาลาวัด สมเกียรติเล่าว่าวางแผนเส้นทางการเดินเรือโดยดูเส้นทางจาก Google Earth แล้วเที่ยวสืบหาเรือตามท่าเรือของวัดต่างๆ ในจังหวัดนนทบุรีที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองดูเรือที่สมเกียรติว่าไว้ ก็เข้าท่าดี มีตะแกรงกันของตกรอบกราบเรือ เรือโปร่งโล่งรับลมเย็นสบาย เก้าอี้ก็สะอาดน่านั่ง แถมมีเก้าอี้ผ้าใบเอนหลังให้ด้วย คูลเล่อร์ใหญ่ 2 ใบเตรียมน้ำดื่มหลายอย่างและน้ำแข็งไว้บริการ ซึ่งสมเกียรติบอกว่าคนเรือมีน้ำใจจัดเตรียมมาให้เองโดยไม่ได้บอกไว้ในตอนที่ตกลงกัน พอออกเรือไปได้สักหน่อย อาจารย์กมลเห็นวิวถูกใจก็อยากจะให้ดับเครื่องจอดเรือกลางน้ำ คนเรือบอกว่าต้องมีสมอแต่ไม่ได้เอามาเพราะธรรมดาเขาจอดเรือตามท่าน้ำที่มีเสาให้ผูกโยงเท่านั้น ว่าแล้วก็ตกลงให้เรือย้อนกลับไปเอาสมอเรือ เผื่อว่าอยากจะจอดตรงไหนก็จอดได้ตามใจเหล่าศิลปิน หลังได้ทานชากาแฟและขนมผลไม้ ตอนนี้ทุกคนไฟแรงอยากวาดกันเต็มที่แล้ว คนเรือหายตัวไปนานมากหลังจากที่กลับขึ้นท่าไปเอาสมอเรือ รูปแรกของศิลปินทั้งสามท่านก็เริ่มบรรเลงตอนที่จอดรอสมอเรือเจ้ากรรมที่ท่าน้ำวัดเขมานั่นเอง บรรยากาศบ้านเรือนริมน้ำที่เราเห็นกันเจนตา บ้านไม้แบบต่างๆ เรียงรายไร้ระเบียบ ยื่นล้ำ บิดเบี้ยว ผุพัง ระโยงระยาง ศิลปินท่านมองเจาะเป็นความงามแล้วถ่ายทอดลงบนกระดาษ ด้วยน้ำ สี และพู่กันส่วนตัวขอแต่ละคน สังเกตว่าแต่ละท่านจะเตรียมบีบชุดสีที่จะใช้มาเรียบร้อยแล้ว เมื่อตักน้ำใส่กระป๋องแล้วต่างก็ร่างภาพคร่าวๆ แล้วก็เปิดฝากล่องสีพร้อมบรรเลงได้เลย พู่กันใหญ่เป็นกระบี่แรกที่ถูกหยิบใช้อย่างรวดเร็วน่ามองน่าชม การวาดรูปนอกสถานที่ไม่ใช่รื่องง่ายๆ ต้องระวังกระดาษปลิว ระวังพู่กัน (ราคาแพง) กลิ้งตกหาย ระวังน้ำหกเลอะเทอะ และต้องไม่หวั่นเกรงสายตาผู้ชมที่ผ่านไปมาอีกด้วย รูปรูปหนึ่งโดยเฉพาะเป็นภาพที่มีเนื้อหาเป็นจริงเช่นนี้ ไม่ว่าผู้วาดจะชำนาญแค่ไหน กว่าจะลงสีชั้นแรกจนถึงชั้นเก็บรายละเอียดในรูปให้สมบูรณ์ในขั้นสุดท้าย ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง ดังนั้นแม้ว่าคนเรือจะหายไปนานเพียงใด บรรดาศิลปินก็ไม่ได้ทุกข์ร้อน และชมไพรก็ได้เพลิดเพลินกับ 3 ภาพ 3 สไตล์ของศิลปินทั้ง 3 ท่านที่เพิ่งได้ประจักษ์ในวันนี้เอง วันเที่ยวอย่างนี้ไม่มีใครรับรู้เรื่องเวลา กว่าจะออกเรือกันอีกครั้งนานโข แต่แล่นไปได้ไม่ไกลเรือก็ถูกขอให้จอดอีกครั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา นี่เรายังไม่ได้เข้าคลองกันเลย ศิลปินก็ลงมือวาดรูปที่สองกันแล้ว ตอนที่เรือแล่นเข้าคลองบางกอกน้อย ทุกคนเก็บภาพอาคารบ้านเรือนไปเรื่อยๆ ตามวิธีการของแต่ละคน อาจารย์สรรวาดลายเส้นด้วยปากกาหมึกดำ ส่วนสมเกียรติถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ สมเกียรติเป็นกัปตันการบินไทยที่มีผลงานทั้งภาพวาดและรูปถ่ายจากเมืองต่างๆ มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันมากมายนับร้อยภาพนับพันรูป สมเกียรติเล่าให้ฟังว่าระหว่างที่รอบินกลับมักหิ้วกระเป๋าอุปกรณ์วาดรูปไปคนเดียว เห็นมุมไหนอยากวาดก็นั่งวาดข้างทางอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีอุปกรณ์มาก ไม่ขึงกระดาษ ไม่มีเก้าอี้ และมีบางครั้งที่วาดๆ อยู่หันไปจะหยิบของ กระเป๋าอุปกรณ์ข้างกายก็ได้อันตรธานไปซะแล้ว ขอขอบคุณสมเกียรติ ณ ที่นี้อีกครั้ง ที่อนุญาตให้นำภาพวาดทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศลงไว้ใน Watercolor Appreciation ของชมไพร และให้ร่วมเดินทางในทริปพิเศษนี้ ด้วยความรักในการวาดภาพทำให้สมเกียรติได้รู้จักและสนิทสนมกับอาจารย์ทั้งสามเป็นการส่วนตัวมานาน เมื่อบินไปอเมริกาก็ไปหาอาจารย์กมลที่บ้าน ได้ร่วมทริปวาดรูปนอกสถานที่กับอาจารย์หลายท่านและหลายครั้ง แต่เวลาไปกับบรรดาอาจารย์เหล่านี้ เขาบอกว่าวาดรูปไม่ได้เลย แต่เมื่อเรือจอดเป็นครั้งที่ 3 ใกล้วัดน้อยใน สมเกียรติถูกอาจารย์และเพื่อนๆ ขอให้แสดงฝีมือร่วมกันบ้าง ฝั่งตรงข้ามที่เรือจอดมีทั้งวัดและบ้านเรือนเรียงราย ท้องฟ้าเข้มสีคราม เมฆสีขาวลอยเด่นกระจายเป็นก้อนๆ สะท้อนผืนน้ำ ผักตบกระเพื่อมพริ้วไหวตามคลื่นท้ายเรือที่แล่นผ่านไปมา ในที่สุดสมเกียรติทนบรรยากาศที่เย้ายวนไม่ไหว ส่งกล้องวีดีโอให้แพนหนุ่มน้อยทำหน้าที่แทน แล้วก็เริ่มร่างภาพตามแนวตั้ง แบ่งพื้นที่ภาพด้วยสีของแนวอาคารตามเส้นขอบฟ้าก่อน แล้วจึงลงสีท้องฟ้าและก้อนเมฆอย่างรื่นรมณ์ (เมฆขาวเริงร่า ผืนฟ้าสีคราม) ส่วนที่เหลือของภาพก็เป็นการเก็บส่วนประกอบอื่นๆ กับรายละเอียดในจุดเด่นของภาพ อาจารย์ทุกท่านต่างชื่นชมว่ายอดเยี่ยมจริงๆ ส่วนอาจารย์กมลชอบใจวิวจากหัวเรือ ก็เลยแยกไปนั่งวาดอยู่คนเดียว เสร็จไปภาพหนึ่งก็รีบแกะกระดาษออกจากเล่มวางไว้ข้างตัวให้สีแห้งเพื่อเตรียมวาดภาพใหม่อีกภาพ เผลอแป๊ปเดียวลมกระโชกพัดรูปไปจากหัวเรือ ลอยไปตามสายน้ำ โชคดีด้านที่วาดหงายขึ้น เด็กเรือรีบคว้าพายวาดหัวเรือไปตามเก็บรูปมาได้ รูปนี้ได้อารมณ์ล่องคลองบางกอกน้อยที่แท้จริง อาจารย์สรรก็วาดวิวเดียวกันกับอาจารย์กมลและมุมมองจากกลางเรือ ภาพชุดสีสดใส อาจารย์เดชาวาดภาพบ้านที่อยู่ทางท้ายเรือ ดูซิเรือจอดที่เดียวได้ภาพศิลปะจาก 4 ศิลปิน คราวนี้ได้เวลาหาก๋วยเตี๋ยวเรือเติมพลังกันเสียที ทุกคนต่างก็ช่วยกันมองหา แล้วพากันรีบชี้ให้คนขับเรือจอดเมื่อเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ข้างโรงเรียนวัดไก่เตี้ย ทะยอยสั่งต่อกันมาเรื่อยๆ นับจานเมื่ออิ่มหนำกันดีแล้ว สรุปได้ว่าพวกเราสั่งคนละ 3 ชามเป็นอย่างน้อย รายการวันนี้สมเกียรติไม่ยอมให้ใครเปิดกระเป๋าตังกันเลย ลงเรือใหม่อีกครั้ง สังเกตระดับน้ำขอบเรือสูงขึ้นเพราะพวกเราเพิ่มน้ำหนักกันทุกคน ยิ่งเข้าคลองลึกคลองยิ่งแคบ ตอนนี้หนังท้องตึงยังไม่มีใครอยากวาดรูป อาจารย์สรรเสก็ตภาพต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จับตรงนู้นมาต่อตรงนี้ หากนำทุกภาพมาต่อกันคงจะได้เป็นทัศนียภาพริมคลองที่ยาวมากทีเดียว ไทหมดเวลาที่ขอมา คนเรือก็ส่งให้ขึ้นจากเรือที่วัดชลอ แถวบางกรวยเพื่อจะกลับไปเอารถที่จอดไว้ที่วัดเขมา ไปตามคลองถึงทางแยกมีศาลเจ้าจีน เรือต้องเลี้ยวขวา อ้าว เจอประตูน้ำทำด้วยแผ่นเหล็ก เรือต้องลอดประตูน้ำ ค่อยลอดไปได้เนื่องจากน้ำลง พอลอดผ่านไปแล้วพวกเราถูกขอให้ไปนั่งด้านหัวเรือกันทั้งหมดเพราะตอนนี้ท้องเรือติดก้นคลอง พ้นจากประตูน้ำนิดเดียว อาจารย์กมลก็เจอมุมมองที่ถูกใจ รีบให้เรือหาที่จอดซุกข้างคลอง ภาพข้างหน้าเป็นหลังคาสีส้มสดของวัดกล้วย ไล่ระดับเรื่อยลงมายังบ้านเรือนและศาลาริมน้ำ โค้งริมคลองฝั่งตรงข้ามวัดมีกอไม้งาม สายไฟฟ้าพาดผ่านระโยงระยาง นี่เลย องค์ประกอบเช่นนี้แหละที่สะกิดอารมณ์นักวาดภาพได้เป็นอย่างดี บัดนี้ไฟวาดภาพยามบ่ายลุกโชน หากเป็นไฟจริงเรือคงลุกไม้ไปแล้ว ทุกคนที่ต้องเบียดๆ กันอยู่ที่หัวเรือ ต่างก็หาพื้นที่นั่งวาดของแต่ละคน อาจารย์ทุกท่านและสมเกียรติต่างก็ก้มหน้าก้มตาวาดรูปกัน อาจารย์กมลบอกแล้วว่ามุมนี้งามจริงๆ แล้วก็เริ่มร่างภาพที่สองของวิวนี้ (เป็นภาพที่เท่าไรก็ไม่ทราบของวันนี้... นับไม่ถ้วน) ส่วนชมไพรนั่งเอาเท้าแช่น้ำข้างๆ หนุ่มแพน และแล้ว….. ก๋วยเตี๋ยวเรือก็มากระตุกการวาดรูปช่วงสุดท้ายเหมือนใครสั่งมา เสียงสมเกียรติสั่งเส้นเล็กแห้งชามเส้นเล็กน้ำชาม ทำเอาศิลปินแต่ละท่านค่อยๆ วางพู่กันลง ก๋วยเตี๋ยวเรือลำนี้นี่เองที่ช่วยประดับบรรยากาศการลงเรือล่องคลองได้อย่างอิ่มเอม เรือแล่นต่อมาอีกเดี๋ยวเดียวก็ออกปากคลองบางกรวย ตัดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาก็กลับมายังที่เดิมที่เริ่มต้นเมื่อเช้านี้ ตอนนี้บ่ายสามโมงกว่าเท่านั้น เหมาะแก่เวลาที่จะถ่ายรูปที่ระลึกร่วมกันหน้าโบสถ์วัดเขมาภิรตาราม ซึ่งกำลังเจิดจ้าด้วยประกายสีทองเมื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่าย ชมไพร 24 มิถุนายน 2550 เอื้อเฟื้อภาพถ่ายและการจัดการทุกสิ่งทุกอย่างในทริปนี้โดยสมเกียรติ ดิลกเลิศ
สิ่งสำคัญที่ควรชมที่วัดและโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม นนทบุรี
Trackbacks (1)The trackback URL for this entry is: http://chomphrai3.spaces.live.com/blog/cns!AD3634281FA77B4A!661.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|